จากสังคมในอดีตที่ผ่านมา จนถึงสังคมยุคปัจจุบัน หรือที่เรียกว่า โลกาภิวัตน์ ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เพราะในขณะนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กลายเป็นดาบสองคมสำหรับคนในเมืองไปแล้ว โดยเฉพาะเยาวชนไทย ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะถูกรบเร้าจากสิ่งเหล่านี้ อาจถูกครอบงำได้ง่าย จนกลายเป็นปัญหาของครอบครัว สังคม และประเทศชาติในอนาคตได้ ดังจะเห็นได้จากข่าวต่างๆมากมาย เช่นข่าวอาชญากรรม ข่าวก่อการร้าย ข่าวยาเสพติด ข่าวคอรับชั่น ล้วนแล้วเกิดจากการที่คนในสังคมขาดคุณธรรมและจริยธรรมทั้งสิ้น มีผลทำให้เด็กและเยาวชนเกิดการลอกเลียนแบบได้ง่าย
คุณธรรมและจริยธรรมเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะสามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ แต่ในขณะนี้บ้านเมืองเราเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้คนต่างก็แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ยอมทำทุกอย่างเพื่อหวังจะให้ตนเองเป็นใหญ่ โดยลืมนึกถึงคุณธรรมและจริยธรรม ครอบครัวหลายครอบครัวต่างผลักดันบุตรหลานของตนให้เทียบเท่าหรือดีกว่าคนอื่น โดยเฉพาะความรู้เชิงวิชาการความสามารถจะต้องรอบด้านและเก่งทันคนในสังคม เช่น บางครอบครัวจ้างครูสอนพิเศษให้ลูก หรือส่งลูกไปเรียนกิจกรรมเสริมมากมาย เพื่อหวังให้ลูกให้ประสบผลสำเร็จในวันข้างหน้า โดยลืมนึกไปว่า ความรู้จะต้องอยู่คู่กับคุณธรรม ลืมปลูกฝังค่านิยมแห่งความดีให้กับเด็กๆ ทำให้เด็กกลายเป็นคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม
การเรียนการสอนในโรงเรียนถือเป็นอีกทางหนึ่งที่จะปลูกฝังเยาวชนให้รู้จักใช้คุณธรรมและจริยธรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพราะเวลาส่วนใหญ่ของเด็กนั้น จะศึกษาอยู่ในโรงเรียน โดยมีครูเป็นตัวจุดแสงสว่างนำทางให้กับเด็กนักเรียน ถ้าครูสามารถให้คำแนะนำในเรื่องการสั่งสมคุณธรรมจริยธรรมไปพร้อมกับการเรียน จะช่วยให้นักเรียนได้คุ้นเคยและรู้จักการเสียสละ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคม ทำให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้าได้
คำว่าคุณธรรม จากราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นสภาพคุณงามความดี ที่เราสามารถกระทำได้เอง โดยการแนะนำจากครูที่พร่ำสั่งสอนให้ได้ยินได้ฟังจนคุ้นหู โดยให้เด็กๆได้รู้จักหน้าที่และปฏิบัติได้จริง สามารถเปลี่ยนทัศนะคติจากวัตถุนิยมมาเป็นธรรมนิยม คือการรู้จักปัญญา รู้จักใช้เหตุผลมากกว่าการใช้อารมณ์ แสดงให้เด็กได้เห็นว่าเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง ล้วนแล้วเป็นเพียงสิ่งประดับชีวิตเท่านั้น ไม่จีรังยั่งยืน สามารถหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คุณงามความดีที่อยู่ในตัวตนอยู่ในจิตใจต่างหากที่เป็นของมีค่าที่สุด เพราะไม่มีใครสามารถเอาไปจากตัวเราได้
นอกจากการมีคุณธรรมแล้ว เยาวชนจะต้องเรียนรู้การมีจริยธรรมไปพร้อมคุณธรรม คำว่าจริยธรรม เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติให้ตั้งอยู่ในความดี ความมีเมตตากรุณา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การดำรงตนอยู่ในศีลธรรม ละเว้นความชั่วทั้งหลาย จิตใจต้องสะอาด กายต้องบริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งอวมงคลต่างๆ ดังนั้นครูอาจารย์ควรส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียนไปพร้อมกับคุณธรรมจริยธรรม และทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็ก
โรงเรียน ซึ่งเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่สำหรับเยาวชน สามารถปฏิบัติหน้าที่หลักในการบริหารและจัดการเรียนการสอน จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะต่างๆให้แก่นักเรียนได้ เพื่อเป็นการพัฒนาปัญญา ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เช่น ฝึกสอนให้เด็กรู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้จัดกิจกรรมสำคัญของประเทศ เช่น วันพ่อ วันแม่ วันจักรี วันฉัตรมงคล รวมถึงกิจกรรมที่สร้างจิตสำนึกในประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพบุรุษ เช่น วันลอยกระทง วันสงกรานต์ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันออกพรรษา วันเข้าพรรษา เป็นต้น
การจัดกิจกรรมแบบนี้ ทำให้นักเรียนได้ช่วยกันระดมแนวความคิด ออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตผลงานออกมาจนเป็นที่น่าประทับใจ มีผลทำให้เป็นที่น่าภาคภูมิใจแก่ตนเองและเพื่อนๆ ครูอาจารย์ นอกจากนี้โรงเรียนสามารถสร้างกิจกรรมให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในความเป็นประชาธิปไตย คือการใช้สิทธิของตนเอง โดยเน้นการเข้าร่วมกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียน การหาเสียงเลือกประธานนักเรียน หรือจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามลักษณะวิชาที่ถนัด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางดนตรี กิจกรรมทางวิชาการ กิจกรรมทางกีฬา กิจกรรมเสริมทักษะ เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนมีความสุขในการเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองถนัด หรือการเข้าร่วมในการทำงานของโรงเรียน เช่น การเข้าแถวเคารพธงชาติ กิจกรรม ๕ ส การจัดพานไหว้ครู การปลูกต้นไม้ในโรงเรียน การแข่งกีฬาสี เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีปรองดอง สร้างสัมพันธ์ไมตรีระหว่างครูกับนักเรียน และยังจัดกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับสังคมได้ คือการจัดโครงการนำร่องสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างดี
โครงการต่างๆที่โรงเรียนสามารถมีบทบาทในการเสริมสร้างเยาวชนให้เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็น โครงการเยาวชนพลยุติธรรม โครงการเยาวชนใจอาสา โครงการเยาวชนรักบ้านเมือง โครงการเยาวชนรักสิ่งแวดล้อม โครงการเยาวชนไทยไปวัด เป็นต้น โครงการเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นโครงการที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจเด็กให้มีความรักบ้านเมือง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างประสบการณ์ให้แก่เยาวชน เพราะเด็กที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต จะต้องรู้จักทำกิจกรรมยามว่าง กิจกรรมที่สามารถพัฒนาตนเอง สังคม เพื่อเป็นฐานสำคัญของประเทศชาติต่อไป
การที่เยาวชนจะมีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพื้นฐานทางครอบครัวที่สมบูรณ์และอบอุ่นเป็นสำคัญ โดยขั้นแรกพ่อแม่ ญาติพี่น้องต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง อยู่ในกรอบศีลธรรมจรรยาที่ดีงาม ให้เยาวชนได้เห็นเพื่อจะได้จดจำและเป็นการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นจะได้นำตัวอย่างไปใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม หลักในการทำความดีให้ลูกเห็นทำได้ไม่ยาก สามารถปฏิบัติได้ดังนี้
๑. สอนลูกให้รู้จักตนเอง ให้มากที่สุด สอนให้รู้ว่าความดีมีอยู่ในทุกคน และควรใช้ความดีในทางที่ถูกต้อง ดังคำสอนของท่านพุทธทาส กล่าวไว้ว่า
จงรู้จักตัวเอง
จงรู้จักตัวเอง คำนี้หมาย
ว่าค้นพบแก้วได้ ในตัวท่าน
หานอกตัวทำไม ให้ป่วยการ
ดอกบัวบานอยู่ในเรา ให้เขลาไป
ในดอกบัวมีมณี ที่เอกอุตม์
เพื่อมนุษย์ค้นหา มาให้ได้
การตรัสรู้หรือรู้ สิ่งใดใด
ล้วนมาจากความรู้ ตัวสูเอง"
(ท่านพุทธทาส)
คุณธรรมและจริยธรรมเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะสามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ แต่ในขณะนี้บ้านเมืองเราเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้คนต่างก็แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ยอมทำทุกอย่างเพื่อหวังจะให้ตนเองเป็นใหญ่ โดยลืมนึกถึงคุณธรรมและจริยธรรม ครอบครัวหลายครอบครัวต่างผลักดันบุตรหลานของตนให้เทียบเท่าหรือดีกว่าคนอื่น โดยเฉพาะความรู้เชิงวิชาการความสามารถจะต้องรอบด้านและเก่งทันคนในสังคม เช่น บางครอบครัวจ้างครูสอนพิเศษให้ลูก หรือส่งลูกไปเรียนกิจกรรมเสริมมากมาย เพื่อหวังให้ลูกให้ประสบผลสำเร็จในวันข้างหน้า โดยลืมนึกไปว่า ความรู้จะต้องอยู่คู่กับคุณธรรม ลืมปลูกฝังค่านิยมแห่งความดีให้กับเด็กๆ ทำให้เด็กกลายเป็นคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม
การเรียนการสอนในโรงเรียนถือเป็นอีกทางหนึ่งที่จะปลูกฝังเยาวชนให้รู้จักใช้คุณธรรมและจริยธรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพราะเวลาส่วนใหญ่ของเด็กนั้น จะศึกษาอยู่ในโรงเรียน โดยมีครูเป็นตัวจุดแสงสว่างนำทางให้กับเด็กนักเรียน ถ้าครูสามารถให้คำแนะนำในเรื่องการสั่งสมคุณธรรมจริยธรรมไปพร้อมกับการเรียน จะช่วยให้นักเรียนได้คุ้นเคยและรู้จักการเสียสละ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคม ทำให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้าได้
คำว่าคุณธรรม จากราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า เป็นสภาพคุณงามความดี ที่เราสามารถกระทำได้เอง โดยการแนะนำจากครูที่พร่ำสั่งสอนให้ได้ยินได้ฟังจนคุ้นหู โดยให้เด็กๆได้รู้จักหน้าที่และปฏิบัติได้จริง สามารถเปลี่ยนทัศนะคติจากวัตถุนิยมมาเป็นธรรมนิยม คือการรู้จักปัญญา รู้จักใช้เหตุผลมากกว่าการใช้อารมณ์ แสดงให้เด็กได้เห็นว่าเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง ล้วนแล้วเป็นเพียงสิ่งประดับชีวิตเท่านั้น ไม่จีรังยั่งยืน สามารถหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คุณงามความดีที่อยู่ในตัวตนอยู่ในจิตใจต่างหากที่เป็นของมีค่าที่สุด เพราะไม่มีใครสามารถเอาไปจากตัวเราได้
นอกจากการมีคุณธรรมแล้ว เยาวชนจะต้องเรียนรู้การมีจริยธรรมไปพร้อมคุณธรรม คำว่าจริยธรรม เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติให้ตั้งอยู่ในความดี ความมีเมตตากรุณา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การดำรงตนอยู่ในศีลธรรม ละเว้นความชั่วทั้งหลาย จิตใจต้องสะอาด กายต้องบริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งอวมงคลต่างๆ ดังนั้นครูอาจารย์ควรส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียนไปพร้อมกับคุณธรรมจริยธรรม และทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็ก
โรงเรียน ซึ่งเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่สำหรับเยาวชน สามารถปฏิบัติหน้าที่หลักในการบริหารและจัดการเรียนการสอน จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะต่างๆให้แก่นักเรียนได้ เพื่อเป็นการพัฒนาปัญญา ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เช่น ฝึกสอนให้เด็กรู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้จัดกิจกรรมสำคัญของประเทศ เช่น วันพ่อ วันแม่ วันจักรี วันฉัตรมงคล รวมถึงกิจกรรมที่สร้างจิตสำนึกในประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของบรรพบุรุษ เช่น วันลอยกระทง วันสงกรานต์ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันออกพรรษา วันเข้าพรรษา เป็นต้น
การจัดกิจกรรมแบบนี้ ทำให้นักเรียนได้ช่วยกันระดมแนวความคิด ออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตผลงานออกมาจนเป็นที่น่าประทับใจ มีผลทำให้เป็นที่น่าภาคภูมิใจแก่ตนเองและเพื่อนๆ ครูอาจารย์ นอกจากนี้โรงเรียนสามารถสร้างกิจกรรมให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในความเป็นประชาธิปไตย คือการใช้สิทธิของตนเอง โดยเน้นการเข้าร่วมกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียน การหาเสียงเลือกประธานนักเรียน หรือจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามลักษณะวิชาที่ถนัด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางดนตรี กิจกรรมทางวิชาการ กิจกรรมทางกีฬา กิจกรรมเสริมทักษะ เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนมีความสุขในการเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองถนัด หรือการเข้าร่วมในการทำงานของโรงเรียน เช่น การเข้าแถวเคารพธงชาติ กิจกรรม ๕ ส การจัดพานไหว้ครู การปลูกต้นไม้ในโรงเรียน การแข่งกีฬาสี เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีปรองดอง สร้างสัมพันธ์ไมตรีระหว่างครูกับนักเรียน และยังจัดกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับสังคมได้ คือการจัดโครงการนำร่องสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างดี
โครงการต่างๆที่โรงเรียนสามารถมีบทบาทในการเสริมสร้างเยาวชนให้เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็น โครงการเยาวชนพลยุติธรรม โครงการเยาวชนใจอาสา โครงการเยาวชนรักบ้านเมือง โครงการเยาวชนรักสิ่งแวดล้อม โครงการเยาวชนไทยไปวัด เป็นต้น โครงการเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นโครงการที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจเด็กให้มีความรักบ้านเมือง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างประสบการณ์ให้แก่เยาวชน เพราะเด็กที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต จะต้องรู้จักทำกิจกรรมยามว่าง กิจกรรมที่สามารถพัฒนาตนเอง สังคม เพื่อเป็นฐานสำคัญของประเทศชาติต่อไป
การที่เยาวชนจะมีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพื้นฐานทางครอบครัวที่สมบูรณ์และอบอุ่นเป็นสำคัญ โดยขั้นแรกพ่อแม่ ญาติพี่น้องต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง อยู่ในกรอบศีลธรรมจรรยาที่ดีงาม ให้เยาวชนได้เห็นเพื่อจะได้จดจำและเป็นการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นจะได้นำตัวอย่างไปใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม หลักในการทำความดีให้ลูกเห็นทำได้ไม่ยาก สามารถปฏิบัติได้ดังนี้
๑. สอนลูกให้รู้จักตนเอง ให้มากที่สุด สอนให้รู้ว่าความดีมีอยู่ในทุกคน และควรใช้ความดีในทางที่ถูกต้อง ดังคำสอนของท่านพุทธทาส กล่าวไว้ว่า
จงรู้จักตัวเอง
จงรู้จักตัวเอง คำนี้หมาย
ว่าค้นพบแก้วได้ ในตัวท่าน
หานอกตัวทำไม ให้ป่วยการ
ดอกบัวบานอยู่ในเรา ให้เขลาไป
ในดอกบัวมีมณี ที่เอกอุตม์
เพื่อมนุษย์ค้นหา มาให้ได้
การตรัสรู้หรือรู้ สิ่งใดใด
ล้วนมาจากความรู้ ตัวสูเอง"
(ท่านพุทธทาส)
๒. สอนลูกให้รู้จักรักคนอื่นให้เหมือนกับรักตนเอง
๓. ให้ความรักแก่ลูกอย่างถูกต้องเหมาะสม ตามโอกาสและเวลาที่เหมาะสม
๔. เมื่อมีการทะเลาะเบาะแว้ง จงใช้ปัญญาและเหตุผล ห้ามใช้อารมณ์
๕. หัดให้ลูกปฏิบัติธรรม สร้างบุญสร้างกุศลตั้งแต่เด็ก เช่นการใส่บาตร เข้าวัด ฟังธรรม
๖. ปลูกฝังลูกให้รู้จักทำกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ เช่น ช่วยเหลือคนพิการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ หรือไปทำบุญที่บ้านคนชรา เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า การมีคุณธรรมจริยธรรมจะต้องได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งจากครูอาจารย์ จากครอบครัว หรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนสำคัญเช่นกันที่เป็นตัวแปรในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆทั้งทางบวกและทางลบ แต่ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกเท่านั้น ที่เยาวชนได้รับมา สิ่งที่เป็นปัจจัยภายใน ในการสร้างคุณธรรมจริยธรรมที่ดี คือจิตใจของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น เด็กเกิดในครอบครัวที่อบอุ่น อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด สิ่งแวดล้อมไม่ดีเท่าที่ควร เรียนโรงเรียนวัดแถวชุมชน แต่เด็กคนนี้กลับเป็นคนดีเรียนเก่งมีคุณธรรมจริยธรรม มีน้ำใจต่อเพื่อนบ้าน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพราะเด็กคนนี้มีจิตใจเข้มแข็งพร้อมกับมีครอบครัวที่ดีหนุนนำ ในขณะที่เด็กอีกครอบครัวหนึ่ง มีฐานะร่ำรวย เรียนโรงเรียนที่ดี สิ่งแวดล้อมสวยงาม แต่เด็กกลับไม่มีคุณธรรมจริยธรรม เห็นแก่ตัว ดูถูกผู้อื่น จากตัวอย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งแวดล้อมและครอบครัวไม่ได้มีผลทำให้เด็กมีคุณธรรมจริยธรรมมากนัก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิตใจของตนเอง จะเป็นตัวควบคุมสติได้ดีที่สุด
คนบางประเภทนำความรู้ที่เรียนมานำไปใช้ในทางที่ผิด เพราะขาดคุณธรรมจริยธรรมในการดำเนินชีวิต สร้างปัญหาให้กับผู้คนในสังคม เช่น เก่งคอมพิวเตอร์ จึงคิดทำตัวติดไวรัสเพื่อให้ผู้อื่นให้รับความเสียหาย หรือนำภาพผู้อื่นไปตัด ซึ่งเป็นการทำผิดอย่างร้ายแรง ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนว่าบางครั้งการศึกษาก็ไม่สามารถทำให้คนเป็นคนดีได้ เนื่องจากมุ่งความรู้เพียงอย่างเดียว ไม่มีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ในบางกรณีที่บางคนทำดีมาตลอดโดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน แต่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเห็นคุณค่า คล้ายสุภาษิตที่ว่า ปิดทองหลังพระ คือทำความดีแต่ไม่มีใครเห็น ภาพเหล่านี้ได้กลายเป็นเรื่องปกติของคนในสังคมไปแล้ว เยาวชนส่วนใหญ่จึงมองว่า การทำความดีนั้นทำยาก แต่ทำความชั่วนั้นง่ายกว่า เพราะทำดีไปก็ไม่มีใครเห็น แต่ในความเป็นจริงนั้น การทำความดีทำได้ไม่อยากเลย เพราะทุกคนมีความดีอยู่ในตัวเอง ดังคำกล่าวของท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ที่กล่าวไว้ว่า “ความดีนั้นไม่ใช่สิ่งหายากอะไรเลยไม่ต้องไปหาที่ไหน หาที่ตัวเราเอง ความดีทั้งหลายอยู่ในตัวของเราเองนั่นแหละ” เปรียบเหมือนกับแสงเทียนที่อยู่ในเงาแห่งความมืด คนเราก็เช่นกันมีแสงแห่งความดีงามอยู่ในตัวทุกคน แต่จะสามารถนำเอาแสงแห่งความดีนั้นออกมาใช้ในทางที่ถูกต้อง เหมาะสม หรือจะใช้แสงสว่างในทางที่ผิดคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งขึ้นอยู่กับจิตใจของคนๆนั้น
ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กและเยาวชนไทยในปัจจุบัน ควรได้รับการปลูกฝังเรื่องความรู้คู่คุณธรรมจริยธรรมทั้งจากครอบครัว จากสถานศึกษาและจากสังคม ตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อให้รู้ว่า การที่เราจะเป็นคนเก่งและดีในสังคมได้นั้น นอกจากการมีความรู้มากพอที่จะสามารถพัฒนาสังคม ประเทศชาติ ให้เจริญก้าวหน้าไปได้แล้ว ยังต้องมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กันไปด้วย จึงจะสามารถปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข ทั้งกายและใจ